อาหารเสริมคุณผู้ชายช่วยลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ

omg-001

วันนี้มีอาหารเพิ่มเติม ดีเยี่ยมมาแนะนำหนุ่มๆ นั่นก็เป็น  M Slim Burn CLA Plus อาหารเติมลดน้ำหนัก สูตรเร่งเผาผลาญไขมันส่วนเกิน พร้อมทั้งปรับรูปร่างให้ฟิต กระชับ สำหรับผู้ชายโดยเฉพาะ เหมาะกับผู้ที่มีไขมันมาก ทานเหล้าและเบียร์ ช่วยรีดน้ำและลดอาการบวมน้ำจากเหล้าแล้วเบียร์ ได้อย่างมีความสามารถ

 อาหารเสริม M Slim Burn CLA Plus  สกัดจากสมุนไพรแท้ 100  เปอร์เซ็น จากเทคโนโลยีที่ทันสมัย ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ทานอาหารได้น้อยลง ลดการดูดซึมของแป้งแล้วไขมันเข้าสู่ร่างกาย ช่วยลดไขมันส่วนเกิน พร้อมช่วยกระชับสัดส่วน เปลี่ยนจากไขมันเป็นกล้ามเนื้อ สิ่งพิเศษไม่ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่โยโย่ ไม่กลับมาอ้วนอีก

               คุณสมบัติพิเศษของอาหารเสริม M Slim Burn CLA Plus  อาหารเสริมผู้ชาย คือสามารถที่อาจช่วยให้น้ำหนักของคุณผู้ชายลดลงได้อย่างว่องไวแล้วมีศักยภาพ คือสูตรเร่งรีบที่ปลอดภัยที่สุด หลังจากทานไปและน่าจะรู้สึกตัวเบาสบาย ไม่อึดอัด หน้าท้องค่อยๆลดลง เปลี่ยนคือกล้ามเนื้อ รูปร่างน่าจะกระชับขึ้น เนื่องจากตัวยาจะเข้าไป ช่วยลดไขมันโดยประกอบในร่างกาย ลดอาการบวมน้ำ ส่งผลให้น้ำหนักลดได้อย่างเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ลดความอ้วนแบบรีบรีบ!!! ส่วนประกอบจากสารสกัดจากธรรมชาติทั้งหมด จึงปลอดภัย 100 เปอร์เซ็น ยุติกังวลเรื่องโยโย่เอฟเฟ็กต์ และผลข้างเคียงใดๆทั้งสิ้น ช่วยเสริมพลังงานการเผาผลาญตลอดทั้งวัน

 CLA หรือ Conjugated Linoleic Acid คือกรดไขมันจำเป็น ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้จากการรับประทานเท่านั้น แหล่งของ CLA คือน้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย CLA มีประโยชน์ในเชิงการควบคุมน้ำหนักดังนี้

1. ช่วยลดการสะสมไขมันส่วนเกิดขึ้นมาใหม่ โดยมีกลไกในการทำงาน คือ CLA อาจไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไลโปโปรตีนไลเปส (Lipo-protein Lipase) ช่วยให้ร่างกายลดการสะสมของไขมันที่ชั้นใต้ผิวหนัง

2. ช่วยรีบการเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่สะสมไว้ในร่างกาย โดยมีกลไกในการทำงานคือ CLA คงจะไปด่วนการสร้างงานของเอนไซม์ คาร์นิทีน ปาล์มิโตอิส ทรานสเฟอร์เรส (Carnititine Palmitoyl Transferase) ช่วยให้ร่างกายนำเอาไขมันที่สะสมไว้มาเผาผลาญให้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้คงลดการสร้างไขมันสะสม ของไขมันอีกด้วย

 ขนาดทานอาหาร : สามวันแรก ให้ทดลองกิน ครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 1 ครั้ง หลังอาหารเช้า หากถ้าไม่มีอาการอ่อนเพลีย สามารถรับประทาน ก่อนอาหารเช้า อย่างน้อย 30 นาที จะเห็นผลดีเลิศที่สุด

 คำเชิญชวนเสริม :

ในระหว่างวันควรดื่มน้ำตามมากๆ ถ้าต้องการให้ได้ประสิทธิภาพและเห็นผลไวยิ่งขึ้น

ขึ้นควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบของแป้งแล้วไขมันมากและออกกำลังกายร่วมด้วย

 เสนอให้กินคู่กับยาดักแป้ง Carb/Stratch Blocker WKB Plus และ สมุนไพรสลายไขมันหน้าท้อง Lipo Slen Night น่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลดน้ำหนักได้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น

 หากลืมทานเสนอให้เว้น และจึงทานต่อในวันรุ่งขึ้น และไม่ให้คำปรึกษาให้ทานคู่กับยาลดน้ำหนักต่างๆนาๆ

มาดาบา สวยกว่าที่คุณคิด

jordan-020

ทัวร์จอร์แดน พาท่านไปเที่ยวจอร์แดนหลายเมือง มาครานี้จะจะพาท่านไปชมความสวยงามงามพร้อมด้วยศักดิ์สิทธิ์ซึ่งคือจุดเริ่มต้นของไม้กางเขนพร้อมทั้งศาสนาคริสต์ จนกระทั่งการเดินทางไปกับทัวร์จอร์แดน ในครั้งนี้ท่านจะน่าจะได้รับความรับรู้พร้อมด้วยความบันเทิงไปพร้อมๆกัน แค่ลองไอเดียก็สุดจะอาจจะบรรยายแล้วจ้า
มาดาบา (madaba) คือเมืองที่ทัวร์จอร์แดน กำลังจะก็จะพาคุณไปเที่ยวชมในทริปนี้ ใช่หรือไม่ที่หลายๆคนเรียกเมืองนี้ว่า  เมืองแห่งเรื่องราวของโมเสส ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงอัมมาน 30 กิโลเมตร ชม โบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์ แห่งเซนต์จอร์จถูกทำในราวปี ค.ศ. 600 ยุคของไบแซนไทน์ ชมภาพแผนที่ดินแดนศักดิสิทธิ์แห่งเยรูซาเลม ตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ ประมาณ 2.3 ล้านชิ้นแสดงถึงอาณาเขตดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆนาๆ ในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, เยรูซาเลม, แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เขาไซนาย, อียิปต์ ฯลฯ นำท่านเดินทาง ชม เมาท์ เนโบ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเขาซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะจะเป็นอาณาเขตที่เสีย ชีวิตพร้อมด้วยฝังศพ ของโมเสส ผู้นำชาวยิวส์เดินทางจากอียิปต์มายังเยรูซาเลม ชมพิพิธภัณฑ์ขนาดจะต้อง ภายใจเก็บเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ขุดพบภายในบริเวณนี้ พร้อมทั้งมีภาพถ่ายต่าง ๆ ภาพถ่ายที่สำคัญคือภาพที่ โป๊บ จอห์น ปอลที่ 2 เสด็จมาแสวงบุญที่นี่พร้อมด้วยได้ประกาศให้คือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ในปี ค.ศ. 2000 ชมอนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธ์แห่งโมเสส ออกแบบคือสภาพคือไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน โดยอุทิศเป็น สัญลักษณ์ของโมเสส พร้อมทั้งพระเยซู

•    เมาท์ เนโบ (MOUNT NEBO) ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่ตั้งอยู่บนเขาซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะอาจจะคือบริเวณที่เสียชีวิตพร้อมด้วยฝังศพของ โมเสสผู้นำชาวยิวส์เดินทางจากประเทศชาติอิยิปต์มายังเยรูซาเล็ม โบสถ์แห่งเมาท์เนโบสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวปี ค.ศ.300 -400 ในช่วงยุคไบแซนไทน์เพื่อคือที่ระลึกถึง โมเสสภายในโบสถ์รวมไปอีกด้วยภาพโมเสกสีบนพื้นโบสถ์อันล้ำค่ำ แสดงถึงภาพชีวิตสัมพันธ์ระหว่างคน, สัตว์ พร้อมกับธรรมชาติ, รูปคน ฯลฯและยังมีแท่นพิธี ม้านั่ง ตามรูปแบบของศาสนาคริสต์ไว้ประกอบพิธีต่าง ๆพร้อมทั้งอนุญาตให้ใช้ในสมัยปัจจุบัน, รูปภาพพร้อมด้วยรายละเอียดต่างๆแสดงถึงการบูรณะโบสถ์, บ่อศีลจุ่ม ฯลฯ ในปี ค.ศ. 2000 โป๊ป จอห์น ปอลที่ 2เสด็จมาแสวงบุญที่นี่พร้อมด้วยได้ประกาศให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์อนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธ์แห่งโมเสส ออกแบบคือลักษณะคือไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน โดยอุทิศเป็น ตราสัญลักษณ์ของโมเสส และพระเยซู
•    อนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ – อนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ของโมเสสที่มีสภาพเหมือนไม้กางเขน ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นเพื่อคนที่สนใจการชมเมืองจากมุมสูง ก็มีจุดชมวิวที่มองเห็นแม่น้ำจอร์แดนทะเลเดดซี เมืองเบธเลเฮมและประเทศชาติอิสราเอล ได้อย่างชัดแจ้ง
•    โบสถ์สไตล์กรีกอ อโธด็อกซแห่งเซนต์จอร์จ – ทำในราวปี ค.ศ. 600 ยุคของไบแซนไทน์ ชมภาพแผนที่ดินแดนศักดิสิทธิ์แห่งเยรูซาเลม ประดับโดยโมเสกสีต่างๆนาๆ ประมาณ 2.3 ล้านชิ้นแสดงถึงบริเวณดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, เยรูซาเลม, แม่น้ำจอร์แดน, ทะเลเดดซี, เขาไซนาย, อียิปต์ ฯลฯ

ว่าด้วยเรื่องของพระพุทธเจ้าน้อย

india-016

ในบทความตอนที่แล้วเราได้คุยถึงสังเวชนียสถาน ณ ลุมพินีอันคือสถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปและยังบอกอีกว่ามีสิ่งพิเศษที่ประชาชนชาวไทยได้ร่วมกันทำเพื่อที่จะประดิษฐานไว้ที่นั่นเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์อินเดียได้กราบสักการะเพื่อให้รำลึกถึงว่าสถานที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยคือสถานที่ๆ ให้กำเนิดมหาศาสดาเอกของโลก ไม่รับรู้ว่าคงพอจำกันได้ไหมครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงจะจะน่าจะมีคนที่เพิ่งมีโอกาสได้ไปทัวร์อินเดียเป็นครั้งแรกพร้อมด้วยไม่ค่อยรู้เรื่องราวเหล่านี้เยอะแยะนักงงๆ อยู่ว่าไอ้ที่เขาเรียกพระพุทธเจ้าน้อยนั้นคืออะไรแล้วแตกต่างจากพระพุทธเจ้าโดยทั่วไปอย่างไรจนกระทั่งในวันนี้ฉันจะคงจะมาไขข้อข้องใจกันฮะ

               ก่อนที่จะจะคุยถึงพระพุทธเจ้าน้อยมักย้อนความไปถึงพุทธประวัติเมื่อคราวที่พระนางสิริมหามายาพระแม่ของพระพุทธเจ้าทรงมีพระประสูติกาลโดยวันหนึ่งขณะกำลังเสด็จประพาสป่าเกิดปวดพระครรภ์ขึ้นจึงเอื้อมมือขึ้นไปโหนกิ่งไม้เพื่อที่จะเตรียมตัวคลอดพระโอรส ซึ่งในขณะที่พระโอรสคลอดออกมานั้นคือที่แปลกและอัศจรรย์กว่าทารกทั่วๆ ไป กล่าวเป็นทารกนั้นเมื่อคลอดมาก็เดินได้ทั้งหมด 7 ก้าวและแต่ละก้าวที่เดินนั้นก็มีดอกบัวผุดขึ้นมารองรับพร้อมด้วยเมื่อถึงก้าวที่เจ็ด ทารกผู้มีบุญผู้นั้นก็ชี้นิ้วขึ้นไปฟ้าพร้อมกับเปล่งคำพูดว่า ข้าพเจ้าเป็นผู้ประเสริฐที่สุดพร้อมทั้ง ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายสภาพเด็กน้อยชี้นิ้วขึ้นไปฟ้านี่แหละขอรับที่กระผมเรียกกันว่า พระพุทธเจ้าน้อย

               จนกระทั่งคราวหน้าถ้าเราได้มีโอกาสไปทัวร์อินเดียอีกครั้งหรือเปล่าไปทัวร์ที่ไหนก็ตามที่มีรูปปั้นหรือว่ารูปรูปหล่อสภาพนี้อยู่ให้เรียกรูปให้เกียรติเหล่านั้นว่า พระพุทธเจ้าน้อยขอรับกระผม

พาเที่ยววัดมหากันดายงค์ ประเทศพม่า

myanmar-0020

สำหรับท่านที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวประเทศพม่า อยากไปเคารพสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วล่ะก็ วันนี้ทัวร์พม่า จะพาไปชมวัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า สำหรับใครที่เตรียมกระเป๋าเดินทางไว้แล้วไปเที่ยวกับทัวร์พม่า กันได้เลยจ้ะ

วัดที่ทัวร์พม่า พาคุณๆมาชมมีชื่อว่า วัดมหากันดายงค์ ( Maha Gandayon Monastery ) ซึ่งเป็นวัดใหญ่ที่สุดของพม่าที่เมืองอมรปุระ ซึ่งในช่วงเพลจะมีภิกษุสงฆ์นับร้อยรูปเดินเรียงแถวด้วยอาการสำรวมเพื่อรับอาหาร พระพุทธมหามุนี (Mahamui Pagoda )หรือรู้จักกันในนามพระล้างหน้า ที่มีความงดงามตามศิลปกรรมพม่า ที่มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปสำริดปิดทอง ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาช้านานที่สร้างขึ้นราว ปี พ.ศ. 2327 เป็นสถานที่ที่สำคัญรองจากพระธาตุชเวดากองในกรุงย่างกุ้ง พระราชวังมัณฑะเลย์ของพระเจ้ามินดงและกษัตริย์ สีป่อ พระเจ้าแผ่นดินองค์สุดท้าย พระราชวังมัณฑะเลย์สร้างขึ้นสมัยพระราชามินดง Mindon ราชาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ภายหลังจากมีสงครามระหว่างพม่ากับอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2395เวลานั้นเมืองหลวงอยู่ที่ อมรปุระ Amarapura ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2325 พระราชามินดงต้องการที่จะหาที่ตั้งของเมืองหลวงที่จะสร้างใหม่หลังสงครามเพราะเมืองหลวงเก่าได้ซึ่งผ่านสิ่งร้ายๆมา ประกอบกับการยึดมั่นในหลักศูนย์กลางพุทธศาสนา และพระพุทธเจ้าได้ปรินิพพานครบ 2,400 ปี จึงมีรับสั่งให้สร้างเมืองหลวงใหม่ให้เป็น “เมืองสีทอง” Golden City ได้ปรึกษากับพระโหราจารย์ และได้ศุภฤกษ์ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2400 โดยได้วางศิลาฤกษ์ และต่อมาก็ตั้งผังเมือง โดยฝั่งทางตะวันตกนั้นได้นำชีวิตมนุษย์สังเวย โดยนำชาย หญิง และเด็กจำนวน 52 ชีวิต ฝังไว้ภายใต้เสาหลักเมือง เชื่อว่าวิญญาณของคนเหล่านี้จะปกป้องคุ้มครองเมือง การก่อสร้างเมืองเสร็จสมบูรณ์ในปี 2402 รวมระยะเวลาในการสร้าง 2 ปี เมืองสร้างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส วัดได้ ประมาณ 2,030 เมตร ในแต่ละด้าน พระราชวังตั้งอยู่ตรงกลางจัตุรัส มีกำแพงล้อมรอบโดยมีประตู 12 ด้าน ตามจักราศีพระราชวังโดดเด่นด้วยหอสูง 78 เมตร ซึ่งตั้งเป็นศูนย์กลางของจักรวาลตามความเชื่อ เกี่ยวกับเรื่องไตรภูมิในพุทธศาสนา หลังคาสูงเจ็ดชั้นประดับด้วยทองคำเปลว โดยได้สร้างให้สมเกียรติ กับบัลลังค์สิงโตซึ่งใช้ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญๆ เช่น พิธีKadaw เทิดพระเกียรติ ซึ่งจัดขึ้น 3 ครั้งต่อปี พระราชวังทั้งหมดทำจากไม้ซึ่งนำมาจากวังเดิมที่อมรปุระ พระราชวังตกแต่งด้วยไม้แกะสลักเป็นรูปตามเทพนิยาย รูปดอกไม้และสัญลักษณ์ทางโหราศาสตร์ มีหอนาฬิกาที่ทำจากไม้สักเพื่อเป็นที่สังเกตการณ์ของทหารเพื่อระวังไฟไหม้ กษัตริย์มินดงได้สวรรคตในปี 2421 ต่อมาพระราชวังได้ถูกไฟไหม้วอดวาย ในปี 2488 รัฐบาลพม่าจึงได้บูรณะวังใหม่

พาชมอัฟยอน (Afyon)

turkey-020

อัฟยอน เปรียบเสมือนประตูระหว่างฝั่งทะเลพร้อมทั้งผืนแผ่นดินของอนาโตเลีย ประวัติศาสตร์เริ่มตั้งแต่ 4,000 ปีก่อนคริสตกาล อัฟยอนถูกปกครองโดยฮิตไตต์ ฟรีเจียน ลิเดียน เปอร์เซีย โรม พร้อมกับท้ายที่สุดเป็นไบแชนไทน์ ที่ได้ครอบครองเมืองในนาม อโครโนส (Akroenos) พร้อมทั้งถัดมาพัฒนาชื่อคือ นิโคโปลิส (Nikopolis) ก่อนที่จะจะตกเป็นของเซลจุกและออตโตมันในเวลาต่อมา  ภายใต้ความงดงามงามพร้อมด้วยประวัติศาสตร์อันยาวเป็นเวลานาน ทัวร์ตุรกีจะน่าจะพาคุณไปชมอัฟยอนกันเลยจ้า

นามจริงของอัฟยอนเป็น อัฟยอนคาราฮิชาร์ (Afyonkarahisar แปลว่า ป้อมฝิ่นสีดำ) สมัยนี้เป็นเมืองที่ปลูกฝิ่นเพื่อให้ใช้ในการหมอโดยถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งยังเป็นเมืองที่ทำอุตสาหกรรมหินอ่อน อัฟยอนมีสถานอาบน้ำแร่หลายแห่ง เช่นว่า กัชลึเกล (Gazligol Kaplicatlari) เกเจ็ค (Gecek) ฮูได (Hudai) สถานที่สามารถอาบโคลนได้เป็น ซานดิคลึ (Sandikli) พร้อมมีที่พัก

สถานที่น่าชอบในอัฟยอน อาทิ พิพิธภัณฑ์โบราณคดี จัดปรากฏโบราณวัตถุสมัยโรมัน, อนุสรณ์สถานรำลึกถึงสงครามอิสรภาพ , ป้อมรพอัฟยอน ซึ่งสร้างในสมัยไบแชนไทน์ ส่วนด้านเหนือมีสิ่งก่อสร้างสมัยฟรีเจีน คือหินที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา นอกจากนี้ ใกล้ทางหลวงเดนิซลี (Denizli) เป็นที่ตั้งของเมือง Dazkili ซึงมีชื่อเสียงด้านพรมและคิลิม คือพรมพื้นเมืองของตุรกี

มิเลท (Milet) หรือไม่อีกนามหนึ่งเป็น มิเลทุส ในช่วงศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสตกาล เมืองนี้เคยเป็นศูนย์กลางทางการจัดจำหน่ายที่พิเศษในแถบเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมทั้งเป็นบ้านเกิดของนักปรัชญามากๆ โบราณสถานที่สำคัญอาทิ โรงละครโบราณ จุคนได้ถึง 15,000 คน เมื่อขึ้นไปไปด้านบนจะน่าจะเห็นทิวทัศน์ของเมืองโดยรอบ ซากวิหารเดลฟิก อะพอลโล (Sanctuary of the Delphic Apollo) โรงอาบน้ำเฟาล์ตินา (Faustina Bath) ทำโดยจักรพรรดิโรมันนามว่า มาร์คุส ออเรลิอุส (Markus Aurelius) เพื่อให้คือของขวัญให้กับภรรยา ใกล้กันมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ จัดแสดงถึงเครื่องใช้ที่พบในมิเลท พร้อมกับสุเหร่าอิลยัสเบย์ (Ilyas Bey Cami) ทำในศตวรรษที่ 15 มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นโดยเฉพาะโดมภายในประดับงดงามงามอีกด้วยหินอ่อน

กูลกูบาเช (Gullubahce) ใช่หรือไม่ พริเอเน (Priene) กูลกูบาเช เคยคือเมืองท่าพิเศษในสมัยไอออนเนียน มีความสำคัญมากๆในช่วง 300 ปี ก่อนคริสตกาล เมื่อมีการประชุมสภาพร้อมด้วยมีการจัดเทศกาลรื่นเริงขึ้นที่นี่ ผังเมืองเซทติดตั้งแบบไว้อย่างดีคือแบบเรขาคณิต โดยฮิปโปดาโมสแห่งมิเลโทส ในศตวรรษที่ 4 ซึ่งคงสามารถเห็นได้อยู่ ในเมืองมีอะโครโบลิสซึ่งทำในสมัยเฮเลนนิสติก โบราณสถานที่คงยังอยู่ อาทิเช่น ตลาด ที่ประชุมสภา โรงละคร วิหารเดเมเตอร์ และวิหารอะธีนา

ดิดิม (Didim) หรือว่า ดิดิย์มา (Didyma) ในอดีตกาล เมืองดิดิมเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ตั้งของวิหารอะพอลโล แม้ว่าจะก็จะเกิดการรบพุ่งพร้อมทั้งถูกเผาหลายครั้ง แต่ทุกวันนี้ คงสามารถเห็นมุขพร้อมด้วยทางเดินที่มีเสาเรียงรายสองฟากอยู่รอบตัววิหาร รวมทั้งรูปปั้นหัวเมดูซา วิหารอะพอลโลที่เห็นในสมัยปัจจุบันสร้างใหม่ในศตวรรษที่ 4 นับจากที่ของเดิมถูกทำลายอีกด้วยน้ำมือชาวเปอร์เซีย วิหารนี้เคยคือศูนย์ประกอบของคนทรงและนักบวชในยุคไอออนนิก ผู้ที่แสวงหาความรับรู้เกี่ยวกับโหราทำนายจะก็จะมาเพื่อให้ศึกษา ซึ่งดิดิม แปลงมาจากคำว่า ดิดีย์โมยอน (Didymeion) เป็นภาษาโบราณ แปลว่า สถานที่ที่คนทรงบอก        ดิดิมในอดีตมีแต่เพียงนักบวชพำนักอยู่เท่านั้น ไม่มีชาวที่อยู่อาศัยอยู่อาศัย นักบวชจะเคยพาครอบครัวมาพำนักอีกด้วย นักบวชที่ศรัทธาในเทพอะพอลโลเหล่านี้เป็นพวกที่มาจากเมืองเดลฟีในกรีซ วิหารในดิดิมถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้วิหารที่เดลฟี